ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ หลายๆ คนอาจจะยังไม่ตระหนักถึงภัยเงียบของฝุ่นละออง PM2.5 มากนัก แต่จากสภาพอากาศในประเทศไทยโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครที่หลายๆ คนเห็นกับตากันในช่วงนี้ว่ามักจะมีหมอกจางๆ ปกคลุมทั่วเมือง แท้จริงแล้วหมอกจางๆ ที่ทุกคนเห็นนั้นไม่ใช่หมอกที่เกิดจากไอน้ำตามที่ได้ร่ำเรียนมาแต่อย่างใด แต่เป็นกลุ่มฝุ่นละอองขนาดจิ๋วที่ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศในปริมาณสูงและมีอานุภาพรุนแรงต่อร่างกายของเรา

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตฝุ่นละอองอย่างหนักจนครองตำแหน่งประเทศที่มีค่าฝุ่น PM2.5 มากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกแล้วในขณะนี้ ซึ่งฝุ่นจิ๋วมฤตยูเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพหลายๆ ประการทั้งระยะสั้นและระยะยาวเลยทีเดียว เพราะเมื่อเราหายใจเข้าไป ร่างกายก็จะได้รับฝุ่นละออง PM2.5 เหล่านี้เข้าไปด้วย ซึ่ง PM2.5 นั้นมีขนาดเล็กกว่าเส้นผมถึง 20 เท่า ทำให้เล็ดลอดผ่านขนจมูกเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ปอด หลอดเลือด ระบบหมุนเวียนโลหิตได้ง่าย นอกจากอาการเบื้องต้นที่พบ เช่น อาการระคายเคืองจมูกหรือดวงตา แสบจมูก ไอ หายใจลำบาก  ไปจนถึงมีเสมหะ ยังอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคอื่นๆ ได้โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวและหลอดเลือด โรคเยื่อบุตาอักเสบ และโรคผิวหนังที่อาจไวต่อฝุ่นเหล่านี้เป็นพิเศษ ดังนั้น นี่จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องหันมาใส่ใจกันมากขึ้น เราจึงขอแนะนำ 5 วิธีป้องกันฝุ่นละอองง่ายๆที่คุณก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง

 

  1. งดการออกกำลังกายกลางแจ้ง

วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันฝุ่นละอองก็คือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นละอองนั่นเอง คุณควรงดการออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น การวิ่งหรือปั่นจักรยานในช่วงนี้ การออกกลังกายกลางแจ้งจะทำให้มีโอกาสสูดหายใจเอาฝุ่นละอองเข้าไปในร่างกายได้มากขึ้นกว่าคนทั่วไป หากจำเป็นจริงๆ ขอแนะนำให้เปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายในบ้าน ฟิตเนส หรือยิมที่เป็นระบบปิดจะดีกว่า

  1. หลีกเลี่ยงการอยู่ที่โล่งแจ้งหรือภายนอกอาคาร

อย่างที่ทราบกันดีว่าฝุ่นละอองเหล่านี้จะลอยอยู่ในอากาศ ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงการอยู่นอกอาคารหรือพื้นที่โล่งแจ้ง รวมถึงควรวางแผนการเดินทางหรือทำธุระส่วนตัวต่างๆ ให้รัดกุมและสัมผัสกับฝุ่นให้น้อยที่สุด หากเป็นไปได้ควรขยับเวลาออกนอกบ้านให้สายกว่าเดิม เพราะช่วงเช้าตรู่มักจะมีปริมาณฝุ่นสะสมมากกว่าช่วงอื่นๆ ของวัน ส่วนใครที่จำเป็นต้องเดินทางออกนอกบ้านจริงๆ ก็ควรป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากกรองฝุ่น

  1. ปิดประตู-หน้าต่างโดยเฉพาะด้านที่รับลม

อยู่ในบ้านก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป เพราะ ลมอาจพัดฝุ่นละอองเข้ามาภายในบ้านได้ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่น สามารถใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาปิดบริเวณหน้าต่าง และหมั่นทำความสะอาดบ้านบ่อยขึ้นกว่าเดิมเพื่อลดการสะสมของฝุ่นที่อาจส่งผลต่อสุขภาพได้ ส่วนในรายที่มีทุนทรัพย์อาจเพิ่มระบบกรองอากาศในบ้านเพื่อลดผลกระทบจากฝุ่น

  1. เตรียมยาให้พร้อม

ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่กล่าวไปแล้วข้างต้น โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคปอดควรเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมเพื่อในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน และหมั่นสังเกตอาการที่ร่างกายพยายามบอกกับคุณ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก แสบตา น้ำตาไหล ตาแดง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ซึ่งเมื่อพบอาการเหล่านี้แนะนำให้รีบไปพบแพทย์ทันที

  1. สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน

นี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการป้องกันฝุ่นละอองพิษเหล่านี้ โดยหน้ากากอนามัยที่แนะนำ คือ หน้ากาก N95 หรือ N99 ที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ได้ถึง 90-99% ส่วนหน้ากากที่ทำจากผ้าหรือกระดาษนั้นไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันมลพิษในอากาศ แต่หากจำเป็นจริงๆ ก็สามารถสวมใส่ได้โดยการซ้อนด้วยกระดาษทิชชู่ 1-2 แผ่นก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวันเพื่อสุขอนามัยที่ดี

 

คุณภาพชีวิตของคนเมืองและจังหวัดที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานกำลังเข้าขั้นวิกฤติมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นกังวลอย่างมาก การปฏิบัติตนตามวิธีที่แนะนำข้างต้นจะช่วยให้คุณรอดพ้นจากฝุ่นพิษ PM2.5 ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสวมหน้ากากกรองฝุ่นที่ได้มาตรฐาน

และหากใครที่ยังไม่มีหน้ากากอนามัย N95 ไว้ในครอบครอง ทางร้านขายยาเอบีซีก็ยังมีหน้ากากอนามัยชนิด N95 ซึ่งเป็นหน้ากากอนามัยที่ได้มาตรฐานและได้รับการยอมรับว่าสามารถป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ได้ดีที่สุดจำหน่ายในราคาพิเศษ สามารถโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ โทร. 02-253-5409 หรือ Line ID: @abcpharmacy